วัฒนธรรม K-pop ในกัมพูชา : กระแสการเลียนแบบที่น่าสนใจ

วัฒนธรรม K-pop ในกัมพูชา

          คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันกระแสวัฒนธรรม K-pop นั้น มีอิทธิพลอย่างมากต่อวัฒนธรรมบันเทิงของโลกใบนี้ เกาหลีแทบจะเป็นประเทศที่สร้างรายได้ให้กับตนเองจากวัฒนธรรมบันเทิงได้มากที่สุดนับตั้งแต่มีประเทศใดเคยทำได้มาก่อน หนึ่งในนั้น คือการส่งกระแสวัฒนธรรม korea fever ไปตามทั่วทุกมุมโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศอย่างกัมพูชา ซึ่งมีประชากรราว 15 ล้านคน เป็นประเทศที่มีระบบทางเศรษฐกิจเติบโตช้ากว่าประเทศรอบข้างอย่างไทยและเวียดนามเป็นอย่างมาก ส่งผลให้เกิดกระแสการเลียนแบบทางวัฒนธรรม ศิลปินกัมพูชา ต้องออกมา cover หรือผลิตงานสื่อบันเทิงที่มีต้นแบบมาจากเกาหลีทั้งสิ้น

        ความในจุดข้างต้น คงบ่งชี้ได้ว่ากระแสวัฒนธรรม k-pop นั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ถึงขั้นที่ว่าศิลปินภายในประเทศหรือสื่อบันเทิงภายในประเทศกัมพูชายังต้องลุกออกมาเลียนแบบและเรียนรู้ความเป็นเกาหลีกันทั้งสิ้น

        มากกว่านั้น คือ ภายใต้วัฒนธรรมบันเทิงเป็นไปเปลือกเคลือบน้ำตาลไว้นั้น ได้ส่งผลในทางบวกในเรื่องระหว่างประเทศที่ทั้งสองประเทศจะได้ดำเนินการต่อไปด้วย เช่น ไม่นานมานี้นัก ได้มีการเซ็นสัญญาทางการค้าและกรอบความร่วมมือว่าด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของกองทุนความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างปี 2562-2566 รวมไปถึง บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานของกัมพูชาและกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานของเกาหลีใต้ เกี่ยวกับโครงการจ่ายพลังงานสำหรับโครงข่ายไฟฟ้าและสถานีชาร์จแบตเตอรี่ ในกัมพูชา บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุนเกาหลี (KOTRA) และสภาเพื่อการพัฒนากัมพูชา (CDC) ว่าด้วยการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนของเกาหลี และบันทึกความเข้าใจระหว่างราชบัณฑิตยสภากัมพูชา และสำนักงานคณะกรรมการการวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ แห่งชาติเกาหลี

          ซึ่งความร่วมมือต่างๆที่เกิดขึ้นนั้น จะบอกว่าเป็นเพราะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ทั้งสองประเทศมีต่อกันด้วยกันเป็นอันดีนั้น คงอาจเป็นการกล่าวยังลอยๆ และไม่มีรากฐาน ไม่มีเหตุผลที่ดีพอ แต่หากจะยกความดีความชอบนี้ให้กับวัฒนธรรมบันเทิงเกาหลี ที่เป็นเสมือนใบนำทางในการผูกสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง ระหว่างกัมพูชากับเกาหลี ก็คงจะเป็นการกล่าวอย่างไม่เกินจริงไปมากเกินไป

          จะสังเกตได้ว่านอกจากเรื่องวัฒนธรรมบันเทิงและวิถีการเสพสิ่งบันเทิง ฟังเพลงเพื่อความบันเทิงและผ่อนคลายจะเป็นเรื่องที่ดำรงและหมุนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันเราแล้วนั้น ยังนับว่าเป็นเรื่องที่สามารถขยายจากเล็กกลายเป็นใหญ่ได้ในที่สุด จากจุลภาคสู่มหาภาคได้อย่างดีเยี่ยม มาถึงตรงนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าเรื่องบันเทิง เรื่อง lifestyle การฟังเพลงนั้น ก็ยังคงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมือง สังคม และวัฒนธรรมอย่างยากที่จะแยกออกจากกันได้นั้นเอง